อาการตาล้า

170 จำนวนผู้เข้าชม  |  Blog

อาการตาล้า

 อาการ 
มองเห็นภาพพร่ามัวเป็นพักๆ และบางครั้งมองเห็นภาพซ้อน บางครั้งอาจมีอาการปวดตา, ตาแดง, แสบตา และน้ำตาไหลร่วมด้วย ส่วนใหญ่มักจะมีอาการในช่วงบ่าย เพราะช่วงเช้าเป็นการเริ่มต้นทำงาน แต่พอช่วงบ่ายความล้าที่สะสมจากการใช้สายตาต่อเนื่องในช่วงเช้า ประกอบกับความเครียดและความเร่งรีบจากการทำงาน อาจรู้สึกระคายเคืองบริเวณรอบดวงตา โดยเฉพาะในกรณีที่เกิดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อตาเนื่องจากทำงานในสภาพแสงสว่างไม่เพียงพอ หรือลักษณะท่านั่งทำงานไม่เหมาะสม

สาเหตุที่เป็นไปได้ของอาการตาล้า
-สายตาสั้นและเอียง
-สายตายาว
-สายตาผู้สูงอายุ
-โรคตาแห้ง
-สภาวะแวดล้อมในการทำงาน เช่น การที่มีลมโกรกตา ,  แสงสว่างและทิศทางของแสงในขณะทำงาน 
-ลักษณะของงานที่ทำ หากเป็นสิ่งของที่มีขนาดเล็ก มีรายละเอียดมาก หรือใช้ตัวอักษรขนาดเล็กมาก ทำให้ต้องเพ่งมองใกล้กว่าปกติเพื่อให้มองเห็นได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

วิธีการง่ายๆ หลายอย่างที่คุณสามารถทำได้เพื่อลดหรือบรรเทาอาการตาล้า

1. การปล่อยให้สายตาได้พักอยู่เรื่อยๆ เวลาที่ทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ หรืออ่านหนังสือ ใช้สูตร 20-20-20 คือพักสายตาจากจอหรือหน้าหนังสือทุกๆ 20 นาที เป็นเวลา 20 วินาที แล้วเปลี่ยนไปมองวัตถุที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 20 ฟุต ปล่อยให้สายตาได้พักก่อนที่จะกลับมาทำงานหน้าจอหรืออ่านหนังสือต่อ

2. ยิ่งในปัจจุบันเราอยู่ในยุคดิจิตัล ควรปรับหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อช่วยป้องกันการเกิดอาการตาล้า
ดูที่การตั้งค่าหน้าจอ ปรับให้ความสว่างอยู่ในระดับที่เหมาะสม ไม่จ้าเกินไป หรือมืดเกินไป คุณควรตั้งค่าความสว่างให้ใกล้เคียงกับระดับแสงไฟบริเวณโต๊ะทำงาน หรือความสว่างในห้อง


3. คุณควรปรับขนาดตัวอักษรให้สามารถอ่านหรือพิมพ์งานได้อย่างสบายตา เพื่อที่คุณจะได้ไม่ต้องเกร็งกล้ามเนื่อตาในการพยายามอ่านตัวหนังสือที่มีขนาดเล็กเกินไป 


4. มาดูสภาพของโต๊ะทำงาน ควรพิจารณาถึงประเภทของแสงสว่างที่คุณใช้ขณะทำงาน ไม่ว่าจะเป็นแสงธรรมชาติ หรือแสงจากโคมไฟ ถ้าเป็นไปได้พยายามอย่านั่งหลังหรือตรงหน้าหน้าต่าง เพราะเป็นจุดที่ได้รับแสงจ้าจากแสงอาทิตย์ที่ส่องเข้ามาโดยตรง ถ้าจำเป็นต้องนั่งตรงนั้น พยายามปิดหน้าต่างหรือม่านบังแสง เพื่อกันแสงไม่ให้ส่องตรงเข้ามา คุณควรตรวจดูหลอดไฟที่ใช้ในห้องทำงาน หลอดไฟฟลูโอเรสเซนต์ที่ใช้ในอาคารสำนักงานทั่วไป ค่อนข้างจ้าเกินไปสำหรับคนส่วนมาก หลอดไฟที่แรงเทียนต่ำกว่านั้นเป็นทางเลือกที่เหมาะกว่าในการลดแสงจ้าในห้องทำงาน


5. คุณอาจจะหาตัวช่วย โดยการเลือกใช้เลนส์ที่ช่วยลดการเพ่ง และกรองแสงจ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ อย่างเลนส์ Eyezen 

 

6. สุดท้ายควรไปตรวจกับแพทย์เพื่อทราบว่ามีสาเหตุจากโรคตาอื่นหรือไม่

 

 

Powered by MakeWebEasy.com